2.2 การจ ดการตารางงานของซ พ ย ( CPU Scheduling )



Similar documents
บทท 3 การกาหนดการใช ซ พ ย CPU Scheduling

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

แบบฟอร มท 2 แผนพ ฒนาบ คลากรและแผนพ ฒนาปร บปร งว ฒนธรรมองค การ

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM

ค ม อระบบรายงานผลการดาเน นงานรายเด อน ความร เบ องต นในการใช โปรแกรม

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ

ตอนท 3 การนาเข าข อม ล

บทท 3 ระบบการแจ งข าวสารประชาส มพ นธ อ เล กทรอน กส

การใช ระบบบ ญช ค มเคร องคอมพ วเตอร และอ ปกรณ

ค ม อการใช งานระบบงานสารบรรณ E-Office ส าน กงานสาธารณส ขจ งหว ดพ ษณ โลก

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

CPU burst : ช วงประมวลผล I/O burst. : ชวงร บสงข อม ล ร ปท 1. Alternating sequence of CPU and I/O bursts. by Worrakit Sanpote

ส งท ส งมาด วย 2 แนวทางการจ ดเก บข อม ลบ คลากรและผ ร บบร การหร อผ ม ส วนได ส วนเส ย เพ อประเม นตามแบบ

ระบบสารบรรณอ เล กทรอน กส

คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา 3. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา

ค ม อการต ดต งโปรแกรม ระบบบร หารงานว จ ยแห งชาต แบบ Offline (NRPM Offline) ส าหร บเจ าหน าท หน วยงาน

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง

ระบบจ ดการข อม ลของโรงพยาบาลเพ อการพ ฒนาโดยว ธ เปร ยบเท ยบ Benchmarking & KPI Dictionary

งานสถ ต และรายงาน. (Statistic & Reporting Module) ค ม อการใช งานระบบห องสม ดอ ตโนม ต สพฐ. เวอร ช น 3 1

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป

ค ม อการใช งาน. User Manual ระบบการรายงานผลการดาเน นงานของคณะ/หน วยงานตามมต สภามหาว ทยาล ยอ บลราชธาน

บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร

How To Use Powerpoint And Powerpoint 2.2 On A Computer Or Tablet

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย

การแปลค าพ ก ดจากลองจ จ ดละต จ ดท เป น องศา ล ปดา ฟ ล ปดา ให เป นทศน ยม

บทท 4 การจ ดการทร พยากร (Resource)

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท

ËÅÑ Êٵà Managing and Reporting Sales Data with Excel 2010

ค ม อ โปรแกรมระบบบร หารส นทร พย

การเช อมโยงภาพน ง ว ธ สร างการเช อมโยง

คร จ งหว ด ศร สล บ แผนกว ชาคอมพ วเตอร ธ รก จ

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย )

การแก ไขข อม ลอ ตราใน ท าเน ยบก าล งพลอ เล กทรอน กส ปร บปร ง เม อ 12 ก.ย. 57

รายละเอ ยดการจ างเหมาบร การด านบ นท กข อม ล

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document)

ภาพแสดงประส ทธ ภาพการทางานของระบบหลายโปรแกรม

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

ค ม อการใช งาน ระบบจ ดส งรายช ออาจารย ผ สอนผ านเคร อข ายอ นเตอร เน ต

RAWI JAEMPINIT การจ ดการ Process ส ปดาห ท 13

การลดข นตอนและระยะเวลาการปฏ บ ต งานของงานป องก นและบรรเทาสาธารณภ ยใน การสน บสน นน าอ ปโภคบร โภค

U S E R T R A I N I N G. A C C O U N T I N G W E B R e d e s ig n

How To Read A Book

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง

หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น

การใช Microsoft Excel ในการค านวณทางการเง น ตอนท 1

ร ปท หน าจอ การค นหาการจ ดสรรอาคารบ านพ ก

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

แผนปฏ บ ต การจ ดเก บภาษ โรงเร อนและท ด น ประจาป 2558

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

เอกสารต วอย างโปรแกรมบร หารคล น ก. Future Software Dental Clinic VERSION 5.5 บร ษ ทนายเน ต จ าก ด

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖

ตารางว เคราะห เน อหาหน วยการสอน

ค ม อการใช งานเว บไซต สาเร จร ป. FreeWebFree.com

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

How To Understand A Programming Interface (Programming)

เอกสารประกอบการจ ดท า

ล าด บการสร างไฟล ประมวลผล

ค ม อการใช งาน ระบบบร การท วไป

ต วอย างมาตรฐานข นตอนการปฏ บ ต งานคร วเพ อป องก นการร วไหล

3. กล มเป าหมาย ผ บร หาร และบ คลากร โดยเฉพาะเจ าหน าท พ สด และเจ าหน าท การเง นของ อปท. กล มเป าหมาย อปท. กล มเป าหมาย จ านวน 40 คน

เอกสารค ม อการใช ระบบงาน เวอร ช น โครงการพ ฒนาระบบคอมพ วเตอร และระบบฐานข อม ล

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

การใช Microsoft Excel ในการค านวณทางการเง น ตอนท 4

ค ม อการใช งาน สาหร บคร ผ สอน,คร ท ปร กษา

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร

การตรวจสอบการต ดต งโปรแกรมสแกนเอกสารและการด ภาพสแกน ค ม อทางด านเทคน ค

ค ม อการใช งาน Gmail เบ องต น

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

ก าหนดการประกวดแข งข นทางว ชาการ งานมหกรรมการจ ดการศ กษาท องถ น ประจ าป 2554 ว นศ กร ท 5 ส งหาคม 2554 เวลาการประกวด

เป นเมน ท ใช ในการจ ดการภาพเอกกสาร โดยม รายละเอ ยดด งน

How To Understand The 3Rd Edition Of The Book \"Theory Of Mind\"

กระบวนการบ นท กรายการขอจ ายช าระเง น

ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร อง 1 ห วเร อง2

ตรวจสอบพ นท ปล กยางพาราในพ นท ป าอน ร กษ ต ดตามผลการเข าปฏ บ ต การพ นท ปล กยางพารา ในพ นท ป าอน ร กษ

ค ม อการใช งานโปรแกรมขายส นค า NS EasyStore Professional

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘

ค ม อการใช งานระบบ สาน กบร หารการม ธยมศ กษาตอนปลาย 2556 WEB SITE MANAGEMENT SYSTEM SOFTWARE. VERSION 1.0

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน

เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร

มหาว ทยาล ยราชภ ฏกาแพงเพชร. ค ม อการใช ระบบบร หารงานบ คคล แบบอ เล กทรอน กส (E-Personal) สาหร บงานธ รการ กองกลาง ส าน กงานอธ การบด

ช อโครงการ : เร อง หล กส ตรการใช โปรแกรมไมโครซอฟต ออฟฟ ต 2007 (ล ขส ทธ ) ระด บเบ องต น

เม อเข าระบบตามหน วยงานแล ว จะพบหน าจอ ระบบจ ดการเว บไซต

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ

User Manual Editor Tool Proposal V1.0

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน

Transcription:

2.2 การจ ดการตารางงานของซ พ ย ( CPU Scheduling ) - CPU Utilization 2.2.1 ช วงเวลากระทาของซ พ ย และ ของอ ปกรณ นาเข าก บส งออก ( CPU I/O Burst Cycle ) : Load Store Add Store Read from file Wait for I/O Store Increment index Write to file Wait for I/O CPU burst I/O burst CPU burst I/O burst : ร ปท 2.2.A ท แสดงถ งช วงเวลาการทางานของโปรเซสโดยซ พ ย และ อ ปกรณ นาเข าก บส งออก 2.2.2 การจ ดการตารางงานแบบสามารถแย งช วงเวลาได และแบบแย งช วงเวลาไม ได ( Preemptive and Nonpreemptive Scheduling ) 2.2.3 เกณฑ พ จารณาการจ ดการตารางงาน( Scheduling Criteria) - Best Algorithm 1. CPU Utilization 2. Throughput 3. Turnaround time 4. Waiting time 5. Response time 21

2.2.4 อ ลกอล ท มของจ ดการตารางงาน( Scheduling Algorithm) 1. การจ ดการตารางงานแบบมาก อนได ทาก อน ( First-Come, First-Served Scheduling : FCFS) - Ready queue ( First-in First -out queue : FIFO queue ) ต วอย างท 2.2.ก ถ าม โปรเซสท งหมดเข ามาถ ง Ready queue ท เวลา 0 ม ลล ว นาท (millisecond ) ตามลาด บค อ P 1, P 2, P 3 โดยม ข อม ลความต องการเวลาให ซ พ ย กระทา( burst time )ของแต ละโปรเซสเป นด งน และกาหนดหน วยเวลา เป นม ลล ว นาท ให ทาการจ ดการตารางงานแบบมาก อนได ทาก อน( First-Come, First-Served Scheduling ) แล วทาการคานวณหา Waiting time และ Turnaround time ของแต ละโปรเซส รวมท ง Average waiting time Process Burst time P 1 24 P 2 3 P 3 3 ว ธ ทา ทาการวาด แก นท ชาท ( Gantt chart ) ออกมาได ด งน P 1 P 2 P 3 0 24 27 30 จะได ว า P 1 ม Waiting time = 0 ม ลล ว นาท และม Turnaround time = ( 0 + 24 ) = 24 ม ลล ว นาท P 2 ม Waiting time = 24 ม ลล ว นาท และม Turnaround time = ( 24 + 3 ) = 27 ม ลล ว นาท P 3 ม Waiting time = 27 ม ลล ว นาท และม Turnaround time = ( 27 + 3 ) = 30 ม ลล ว นาท ด งน น Average waiting time = ( 0 + 24 + 27 ) / 3 = 17 ม ลล ว นาท 2. การจ ดการตารางงานแบบมาท หล งได ทาก อน ( Last-In / First-out Scheduling ) ต วอย างท 2.2.ข กาหนดให ข อม ลเหม อนก บต วอย าง 2.2.ก เพ ยงแต ให ม การจ ดการตารางงานแบบมาท หล งได ทาก อน ( Last-In / First-out Scheduling ) แล วทาการคานวณหา Waiting time และ Turnaround time ของแต ละโปรเซส รวมท ง Average waiting time เช นก น P 3 P 2 P 1 0 3 6 30 22

จะได ว า P 1 ม Waiting time = 6 ม ลล ว นาท และม Turnaround time = ( 6 + 24 ) = 30 ม ลล ว นาท P 2 ม Waiting time = 3 ม ลล ว นาท และม Turnaround time = ( 3 + 3 ) = 6 ม ลล ว นาท P 3 ม Waiting time = 0 ม ลล ว นาท และม Turnaround time = ( 0 + 3 ) = 3 ม ลล ว นาท ด งน น Average waiting time = ( 6 + 3 + 0 ) / 3 = 3 ม ลล ว นาท จะเห นว า จากข อม ลของโปรเซสของท งสองต วอย างข างต นเหม อนก น หากม การจ ดลาด บการเข าทา ของโปรเซสให แตกต างก น สามารถจะทาให ระบบม ผลของ Average waiting time เปล ยนแปลงไปได มากเช นก น 3. การจ ดการตารางงานแบบงานส นทาก อน ( Shortest Job First Scheduling : SJF ) ต วอย างท 2.2.ค ถ าม โปรเซสท งหมดเข ามาถ ง Ready queue แล วท เวลา 0 ม ลล ว นาท โดยม ข อม ลความต องการเวลาให ซ พ ย กระทาของแต ละโปรเซสเป นด งน และกาหนดหน วยเวลาเป นม ลล ว นาท ให ทาการจ ดการตารางงานแบบ งานส นทาก อน ( Shortest Job First Scheduling ) แล วทาการคานวณหา Waiting time และ Turnaround time ของแต ละโปรเซส รวมท ง Average waiting time Process Burst time P 1 6 P 2 8 P 3 7 P 4 3 P 4 P 1 P 3 P 2 0 3 9 16 24 จะได ว า P 1 P 2 P 3 P 4 ม Waiting time = 3 ม ลล ว นาท และม Turnaround time = ( 3 + 6 ) = 9 ม ลล ว นาท ม Waiting time = 16 ม ลล ว นาท และม Turnaround time = ( 16 + 8 ) = 24 ม ลล ว นาท ม Waiting time = 9 ม ลล ว นาท และม Turnaround time = ( 9 + 7 ) = 16 ม ลล ว นาท ม Waiting time = 0 ม ลล ว นาท และม Turnaround time = ( 0 + 3 ) = 3 ม ลล ว นาท ด งน น Average waiting time = ( 3 + 16 + 9 + 0 ) / 4 = 7 ม ลล ว นาท 23

การจ ดการตารางงานแบบงานส นทาก อนน สามารถพ จารณาได เป น 2 แบบ ค อ แบบสามารถแย งช วง เวลาได และแบบแย งไม ได ด งน 3(1). การจ ดการตารางงานแบบเวลางานท เหล อส นทาก อน ( Shortest Remaining -Time First Scheduling ) - Preemptive SJF : ( arrival time ) ต วอย างท 2.2.ง ถ าม โปรเซสต างๆเข ามาถ ง Ready queue ตามเวลาท มาถ ง โดยม ข อม ลความต องการเวลาให ซ พ ย กระทาของแต ละโปรเซสเป นด งน และกาหนดหน วยเวลาเป นม ลล ว นาท ให ทาการจ ดการตารางงานแบบ เวลางานท เหล อส นทาก อน ( Shortest Remaining -Time First Scheduling ) หร อ Preemptive SJF น นเอง แล วทาการคานวณหา Waiting time และ Turnaround time ของแต ละโปรเซส รวมท ง Average waiting time Process Arrival time Burst time P 1 0 8 P 2 1 4 P 3 2 9 P 4 3 5 P 1 P 2 P 4 P 1 P 3 0 1 5 10 17 26 P 1 P 2 P 3 P 4 ม Waiting time = 10-1 = 9 ม ลล ว นาท และม Turnaround time = ( 9 + 8 ) = 17 ม ลล ว นาท ม Waiting time = 1-1 = 0 ม ลล ว นาท และม Turnaround time = ( 0 + 4 ) = 4 ม ลล ว นาท ม Waiting time = 17-2 = 15 ม ลล ว นาท และม Turnaround time = ( 15 + 9 ) = 24 ม ลล ว นาท ม Waiting time = 5-3 = 2 ม ลล ว นาท และม Turnaround time = ( 2 + 5 ) = 7 ม ลล ว นาท ด งน น Average waiting time = ( 9 + 0 + 15 + 2 ) / 4 = 6.5 ม ลล ว นาท 24

3(2). การจ ดการตารางงานแบบแย งช วงเวลาไม ได ของงานส นทาก อน ( Non-preemptive Shortest Job First Scheduling : Non-preemptive SJF ) ต วอย างท 2.2.จ กาหนดให ข อม ลเหม อนก บต วอย าง 2.2.ง เพ ยงแต ให ม การจ ดการตารางงานแบบแย งช วงเวลาไม ได ของ งานส นทาก อน ( Non-preemptive SJF ) แล วทาการคานวณหา Waiting time และ Turnaround time ของแต ละโปรเซส รวมท ง Average waiting time เช นก น P 1 P 2 P 4 P 3 0 8 12 17 26 P 1 P 2 P 3 P 4 ม Waiting time = 0-0 = 0 ม ลล ว นาท และม Turnaround time = ( 0 + 8 ) = 8 ม ลล ว นาท ม Waiting time = 8-1 = 7 ม ลล ว นาท และม Turnaround time = ( 7 + 4 ) = 11 ม ลล ว นาท ม Waiting time = 17-2 = 15 ม ลล ว นาท และม Turnaround time = ( 15 + 9 ) = 24 ม ลล ว นาท ม Waiting time = 12-3 = 9 ม ลล ว นาท และม Turnaround time = ( 9 + 5 ) = 14 ม ลล ว นาท ด งน น Average waiting time = ( 0 + 7 + 15 + 9 ) / 4 = 7.75 ม ลล ว นาท 25

4. การจ ดการตารางงานแบบงานยาวทาก อน ( Longest Job First Scheduling ) ต วอย างท 2.2.ฉ กาหนดให ข อม ลเหม อนก บต วอย าง 2.2.ค เพ ยงแต ให ม การจ ดการตารางงานแบบงานยาวทาก อน ( Longest Job First Scheduling ) แล วทาการคานวณหา Waiting time และ Turnaround time ของแต ละโปรเซส รวมท ง Average waiting time เช นก น P 2 P 3 P 1 P 4 0 8 15 21 24 จะได ว า P 1 P 2 P 3 P 4 ม Waiting time = 15 ม ลล ว นาท และม Turnaround time = ( 15 + 6 ) = 21 ม ลล ว นาท ม Waiting time = 0 ม ลล ว นาท และม Turnaround time = ( 0 + 8 ) = 8 ม ลล ว นาท ม Waiting time = 8 ม ลล ว นาท และม Turnaround time = ( 8 + 7 ) = 15 ม ลล ว นาท ม Waiting time = 21 ม ลล ว นาท และม Turnaround time = ( 21 + 3 ) = 24 ม ลล ว นาท ด งน น Average waiting time = ( 15 + 0 + 8 + 21 ) / 4 = 11 ม ลล ว นาท 5. การจ ดการตารางงานแบบลาด บความสาค ญ ( Priority Scheduling ) - high priority -> low priority ( low number, high number) ต วอย างท 2.2.ช ถ าม โปรเซสท งหมดเข ามาถ ง Ready queue ท เวลา 0 ม ลล ว นาท ตามลาด บค อ P 1, P 2, P 3, P 4, P 5 โดยม ข อม ลความต องการเวลาให ซ พ ย กระทาและลาด บความสาค ญ(Priority)ของแต ละโปรเซสเป นด งน และกาหนด หน วยเวลาเป นม ลล ว นาท รวมท งให ใช เลขค าต า(low number)หมายถ งม ความสาค ญมาก ให ทาการจ ดการตาราง งานแบบลาด บความสาค ญ ( Priority Scheduling ) แล วทาการคานวณหา Waiting time และ Turnaround time ของแต ละโปรเซส รวมท ง Average waiting time Process Burst time Priority P 1 10 3 P 2 1 1 P 3 2 3 P 4 1 4 P 5 5 2 26

กาหนดว า ถ าลาด บความสาค ญเท าก นให พ จารณาเร ยงตามลาด บโปรเซสท เข ามา( หร อหมายเลขโปรเซส ) P 2 P 5 P 1 P 3 P 4 0 1 6 16 18 19 ได ผล ด งน P 1 ม Waiting time = 6 ม ลล ว นาท และม Turnaround time = ( 6 + 10 ) = 16 ม ลล ว นาท P 2 ม Waiting time = 0 ม ลล ว นาท และม Turnaround time = ( 0 + 1 ) = 1 ม ลล ว นาท P 3 ม Waiting time = 16 ม ลล ว นาท และม Turnaround time = ( 16 + 2 ) = 18 ม ลล ว นาท P 4 ม Waiting time = 18 ม ลล ว นาท และม Turnaround time = ( 18 + 1 ) = 19 ม ลล ว นาท P 5 ม Waiting time = 1 ม ลล ว นาท และม Turnaround time = ( 1 + 5 ) = 6 ม ลล ว นาท ด งน น Average waiting time = ( 6 + 0 + 16 + 18 + 1 ) / 5 = 8.2 ม ลล ว นาท 6. การจ ดการตารางงานแบบราวด โรบ น ( Round-Robin Scheduling : RR ) - time-sharing system : ( time quantum, time slice : 10-100 ม ลล ว นาท ) ( FCFS Scheduling, preemption ) ( ready queue : circular queue ) ต วอย างท 2.2.ซ ถ าม โปรเซสท งหมดเข ามาถ ง Ready queue ท เวลา 0 ม ลล ว นาท ตามลาด บค อ P 1, P 2, P 3 โดยม ข อม ล ความต องการเวลาให ซ พ ย กระทาของแต ละโปรเซสเป นด งน และกาหนดหน วยเวลาเป นม ลล ว นาท ให ทาการ จ ดการตารางงานแบบราวด โรบ น ( Round-Robin Scheduling : RR ) และเวลาควอนต มเท าก บ 4 ม ลล ว นาท แล วทาการคานวณหา Waiting time และ Turnaround time ของแต ละโปรเซส รวมท ง Average waiting time Process Burst time P 1 24 P 2 3 P 3 3 P 1 P 2 P 3 P 1 P 1 P 1 P 1 P 1 0 4 7 10 14 18 22 26 30 27

จะได P 1 ม Waiting time = 0 +(10-4) = 6 ม ลล ว นาท และม Turnaround time = ( 6 + 24 ) = 30 ม ลล ว นาท P 2 ม Waiting time = 4 ม ลล ว นาท และม Turnaround time = ( 4 + 3 ) = 7 ม ลล ว นาท P 3 ม Waiting time = 7 ม ลล ว นาท และม Turnaround time = ( 7 + 3 ) = 10 ม ลล ว นาท ด งน น Average waiting time = ( 6 + 4 + 7 ) / 3 = 5.66 ม ลล ว นาท 7. การจ ดการตารางงานแบบค วหลายระด บ ( Multilevel Queue Scheduling ) 7(1). ม ค ว 2 ระด บ ค อ ฟอร กราวด ( forground ) และ แบ คกราวด ( background ) forground : interactive, RR background : batch, FCFS 7(2). ม ค ว 5 ระด บ ค อ ซ สเต ม(System ), อ นเตอร แอกท ฟ(Interactive), อ นเตอร แอกท ฟอ ด ท ง (Interactive editing ), แบ ตช ( Batch) และ สต วเด น( Student ) เป นการเพ มจานวนค วมากข นเพ อรองร บประเภทหร อล กษณะการทางานของโปรเซสให มากข น โดยเร ยงตามลาด บความสาค ญของโปรเซส ด งร ปท 2.2.C โดยแต ละโปรเซสก จะแยกก นเข าท ค วแตกต างก น 28

High priority Foreground low priority Background ร ปท 2.2.B ค วหลายระด บ แบบ 2 ระด บ Highest priority System processes Interactive processes Interactive editing processes Batch processes lowest priority Student processes ร ปท 2.2.C ค วหลายระด บ แบบ 5 ระด บ 29

8. การจ ดการตารางงานแบบค วป อนกล บหลายระด บ (Multilevel Feedback Queue Scheduling ) Quantum = 8 Quantum = 16 FCFS ร ปท 2.2.D ค วป อนกล บหลายระด บ 30

อ ลกอล ท มหล กต างๆท กล าวมาท งหมดของจ ดการตารางงาน ม ต วอย างของการคานวณโดยวาดใน ล กษณะของตารางเวลาการทางานของโปรเซสโดยซ พ ย แทนแก นชาต ท ด งน ต วอย างท 2..2.ฌ โปรเซส A, B,C,D, E ม ข อม ลให มาด งน แล วทาการจ ดตารางงาน(Scheduling)แบบ FCFS, SJF, SRTF ( หากโปรเซสท จะถ กเล อกม มากกว า 1 โปรเซส ให ใช หล กการของ FCFS เข าเสร มเพ อประกอบการ ต ดส นใจ ) โดยวาดในล กษณะของตารางเวลาการทางานของโปรเซสโดยซ พ ย แทนแก นชาต ท และคานวณหา ว า Finish time, Waiting time และ Turnaround time ของแต ละโปรเซส รวมท ง Average waiting time, Average turnaround time น ( กาหนดหน วยเวลาเป นม ลล ว นาท ) Process Arrival time Burst time A 0 3 B 2 6 C 4 4 D 6 5 E 8 2 ว ธ ทา ทาการวาดตารางเวลาได ด งน 0 5 10 15 20 FCFS SJF SRTF A B C D E A B C D E A B C D E 31

แล วทาการคานวณค าต างๆได ด งผลตารางต อไปน Process A B C D E Average Scheduling Arrival time 0 2 4 6 8 Burst time 3 6 4 5 2 FCFS Finish time 3 9 13 18 20 Turnaround time 3 7 9 12 12 8.60 Wait time 0 1 5 7 10 4.60 SJF Finish time 3 9 15 20 11 Turnaround time 3 7 11 14 3 7.60 Wait time 0 1 7 9 1 3.60 SRTF Finish time 3 15 8 20 10 Turnaround time 3 13 4 14 2 7.20 Wait time 0 7 0 9 0 3.20 32